ไก่เกิดก่อนไข่ หรือ ไข่เกิดก่อนไก่
  หมดยุคการบริหารยุคเก่าหรือยัง???
  พร้อมหรือยัง??
  ปัจจัยในการทำ TPM ให้สำเร็จ
  สร้าง QC 7 Tools ได้ง่ายๆ ด้วย Excel
  แล้วรอให้เขาบังคับหรือ?
  OEE คือ ฐานข้อมูล
  ตีค่าเงินของคุณตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
  เรื่องน่าเศร้าของ TPM
  การสร้างจิตสำนึกคุณภาพภายในองค์กร
  ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพลังงานตามมาตรฐาน ISO
  การทำ HRD ตามหลักการ TPM
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต
  วางแผนการบำรุงรักษาอย่างไรให้โดนใจผู้บริหาร
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่2 "รางวัลมันดีจริงหรือ???"
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่3 "ให้รางวัลอย่างไรจึงจะดี?"
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่4 "อยากให้เลิกทำ ทำอย่างไร!!"
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่5 "จำใจต้องลงโทษ"
  การประเมินผลการฝึกอบรมด้วยสถิติบน Excel
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่ 6 "อย่าทำค่อย..ค่อย ๆ ทำ"
  ช่วยที เจอ “ลูกน้องห่วยขั้นเทพ”
  จิตสำนึกความปลอดภัย
  การบำรุงรักษาอย่างไรเพื่อรักษาสิ่งเเวดล้อมให้ดี
  TPM เพื่อการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน
  บุคลิกภาพคือกุญแจแห่งความสำเร็จ
  Autonomous Maintenance ช่วยลด Breakdown ได้อย่างไร?
  ไม่ชอบจะไม่ทำ แต่ ถ้าชอบยังไงก็จะทำ?
  จิตวิทยากับการเพิ่มผลผลิต ตอนที่ 7 "สร้างแรงจูงใจ เรื่องง่ายนิดเดียว"
  โอกาสแห่งการสร้างทีมมาถึงแล้ว
  EQ ชี้อนาคตตัวเอง
  เมื่อน้ำท่วม ทำให้ Lean ล้มเหลว
  Project Selling Skill
  Industrial Selling Skill
  การสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยและเลิกจ้าง
  การสร้างจิตสำนึกรักองค์กร ตอนที่ 1
  โครงการติวเข้ม TPM Facilitator

 
 
 

> ตีค่าเงินของคุณตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์
 

ตีค่าเงินของคุณตามมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์

บทความโดย : อ.เอกชัย บุญยาทิษฐาน

วันที่ 4 สิงหาคม 2553

 

                      เป็นที่แน่นอนว่าเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจนั้นคือผลกำไร เจ้าของกิจการ

         หรือผู้ถือหุ้นที่นำเงินมาลงทุนในกิจการต่างก็มุ่งหวังให้กิจการของตน หรือกิจการ

         ที่เอาเงินไปลงทุนนั้นได้ผลกำไรสูงสุดหากจะถามว่าผลกำไรที่เกิดขึ้นนั้นสามารถดูได้

         จากที่ไหน? 

                     คำตอบก็คือมาจากแหล่งเดียวเท่านั้นคือดูได้จากรายงานทางการเงินที่ออกมา

        ในรูปของงบกำไรขาดทุน จึงมีคำถามสำคัญที่หลายคนจะต้องหาคำตอบให้ได้คือ

                     มั่นใจได้แล้วหรือว่าผลกำไรที่มองเห็นได้จากงบกำไรขาดทุนที่ทางฝ่ายบัญชี

        ทำกันออกมาเป็นตัวเลขผลกำไรที่แท้จริง?

                     หากมั่นใจเช่นนั้นได้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรที่จะต้องขบคิดกันให้มาก  เพราะหาก

         ตัวเลขผลกำไรไม่ดีพอก็ตั้งเป้าหมายผลกำไรที่ต้องการ แล้วก็หาวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่ง

         ผลกำไรที่ต้องการนั้นซึ่งในทางปฏิบัติก็คงทำได้ไม่ยากเย็นนัก คือการเข้าไปดูรายละเอียด

         ในงบกำไรขาดทุน เพื่อหาตัวการสำคัญที่ทำให้ผลกำไรลด แล้วหาทางแก้ไข

                     ทว่าในความเป็นจริงความมั่นใจที่ว่านั้นอาจกลายเป็นความหลงผิดที่ลวงตาอยู่ 

         เหตุผลก็เพราะที่มาที่ไปของตัวเลขผลกำไรที่ปรากฏอยู่ในงบกำไรขาดทุนนั่นเอง  

         หากตัวเลขผลกำไรนั้นเกิดมาจากรายรับจริง หรือยอดขายที่กิจการทำได้จริงที่พิสูจน์ได้

         จากเอกสารรายรับทั้งหลายที่มีอยู่ บวกเข้ากับรายรับอื่นที่มีอยู่จริง หักลบด้วยรายจ่ายอื่น

         ที่มีอยู่จริงตามเอกสารก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้นมันยังมี

         ตัวเลขต่างๆที่นำมาบวกเข้า และหักออกซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้เป็นตัวเงินจริง หรืออาจเป็น

         ตัวเลขของสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่นรอบปี รอบ 6 เดือน รอบไตรมาส 

         หรือแม้กระทั่งรายเดือนจริง  และเมื่อถึงเวลาที่มันจะเกิดขึ้นจริงซึ่งอาจเป็นในรอบปีหน้า

         ตัวเลขต่างๆที่คาดว่าจะได้มากลับไม่อาจได้มาก็เป็นได้ 

                     เช่นหนี้สูญ เป็นต้น และที่แย่กว่านั้นคือการจงใจสร้างตัวเลขขึ้นเอง

                     ในเมื่อมีตัวเลขที่ไม่แน่นอนปรากฏอยู่ในงบการเงิน  จึงย่อมเป็นที่สงสัยว่า

         ผลกำไรที่เห็นกันอยู่นั้นมันจะเป็นของจริงไปได้อย่างไร?  ในเมื่อมันไม่จริงแล้วเอาตัวเลข

         เหล่านั้นไปเป็นฐานในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลกำไร มันก็อาจหลงทางเสียทั้งเงิน 

         เสียทั้งเวลา กำลังความคิด และกำลังใจของผู้ที่เกี่ยวข้องแต่กลับแก้ไขปัญหาไม่ได้

 

                      วิธีที่จะแก้ไขเหตุการณ์เหล่านี้ได้ก็คือการค้นหาตัวเลขที่เป็นผลกำไร

           ที่เกิดขึ้นจริงตามที่กล่าวแล้วข้างต้น คำถามก็คือว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ตัวเลขนั้น

           ออกมา วิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ก็คือการใช้เทคนิค

           ที่เรียกว่า “eva หรือ Economic Value Added” ที่พูดได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

           อยู่ในระบบการบริหารจัดการ EVM เมื่อนำเทคนิคนี้มาใช้ก็จะทำให้กิจการเห็นผลกำไร

           ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด

                           ประโยชน์ที่สำคัญของการที่รู้ตัวเลขผลกำไรแท้จริงที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า

          การนำมาแก้ไขปัญหาการดำเนินงานก็คือการที่เจ้าของกิจการ หรือผู้ถือหุ้นจะได้รับรู้

          ถึงผลการประกอบการที่แท้จริงของกิจการว่าเป็นอย่างไรกันแน่โดยปราศจากการ

          เสกสรรค์ปั้นแต่ง ซึ่งหากไม่ดีก็สามารถที่จะกำหนดให้ผู้บริหารกิจการปรับปรุง

          การดำเนินงานให้มีความเหมาะสมตามที่ต้องการได้

                          สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของการนำระบบนี้มาใช้คือการปรับปรุงผล

          การดำเนินงาน  กิจการทั่วไปที่มีระบบงานที่เป็นสากลรองรับอยู่จะมีสิ่งที่ต้องทำ

          อย่างหนึ่งคือการสร้างตัวชี้วัดเพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการพัฒนา  ตัวชี้วัดที่สร้าง

          กันขึ้นมาใช้ในเกือบทุกระบบล้วนเป็นตัวเลขที่มาจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน 

          หรืออาจจะพูดว่าหยิบมาจากอากาศ แต่เทคนิคของ eva ที่อยู่ในระบบ EVM นั้น 

          จะได้ตัวเลขที่ประมวลมาจากความเคลื่อนไหวทางการเงินที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน

          และเป็นของจริง  ซึ่งเมื่อนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดเพื่อขยายออกไปสู่ระบบการบริหาร

          จัดการแล้วจึงเป็นตัวชี้วัดที่อยู่บนรากฐานของความเป็นจริง 

                        หากเพียงแต่ท่านสามารถนำหลักการของ EVM มาใช้กับองค์กรของท่าน

         ท่านจะสามารถสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนมากแค่ไหน

 

Copyrights ©2007 by TPMthai.com ™ all rights reserved
Tel. 02-171 0211 Fax. 02-171 0211 ต่อ 12, Mobile. 085-131 1083, e-mail: admin@tpmthai.com